มะเร็งผิวหนัง
มะเร็งผิวหนังพบได้ไม่บ่อยในประเทศไทย เมื่อเทียบกับมะเร็งในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดย ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย บอกว่า การที่ประเทศไทยพบมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าประเทศอื่นทั้ง ๆ ที่บ้านเรามีแสงแดดจัดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งผิวหนัง อาจเป็นเพราะผิวหนังของคนไทยมีเม็ดสีเมลานินที่ช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดด หรืออาจจะเป็นเพราะเราละเลยในการค้นหา เฝ้าระวังโรคนี้
มะเร็งผิวหนังคือเนื้อร้ายที่เกิดบนผิวหนังและเยื่อบุ เนื่องจากความผิดปกติของการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ของผิวหนังและเยื่อบุ มะเร็งผิวหนังมีหลายชนิด ที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งผิวหนัง “ชนิดสเควมัสเซลล์” และ “ชนิดเบเซลเซลล์” อีกชนิดที่พบไม่บ่อย แต่มีความร้ายแรง เพราะสามารถกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว คือ มะเร็งของเซลล์เม็ดสี ที่เรียก “เมลาโนมา” มะเร็งผิวหนังอาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นช้า ๆ และลุกลามเฉพาะที่ หรืออาจแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นได้ เช่น ไปต่อมน้ำเหลือง ส่วนมากจะพบในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
มะเร็งผิวหนังมักพบบนผิวบริเวณนอกร่มผ้ามากกว่าในร่มผ้า เนื่องจากแสงแดดมีรังสียูวีซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง สำหรับปัจจัยอื่น ๆ เช่น พันธุกรรม การติดเชื้อหูด ที่ผิวหนัง พฤติกรรมตากแดดเป็นเวลานาน ตากแดดครั้งคราวแต่มาก เคยรับสารก่อมะเร็ง อาทิ สารเคมี สารหนู สูบบุหรี่ เคี้ยวหมาก มีภูมิต้านทานผิดปกติ เป็นแผลไฟไหม้ แผลอักเสบเรื้อรัง เคยรับการฉายรังสี หรือ การใช้สารยับยั้งการสร้างเม็ดสีมาก ๆ ทำให้ผิวขาว เช่น การฉีดสารกลูต้าไธโอนในปริมาณสูง ๆ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังมากขึ้น
คนที่มีไฝเป็นจำนวนมาก หรือมีไฝขนาดใหญ่ จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งไฝได้สูงกว่าคนที่ไม่มี โดยปกติแล้วอาการจะดูยากเพราะจะเหมือนเป็นไฝทั่วไป แต่เราสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ ดังนี้ ดูบริเวณไฝที่เป็นว่ามีผื่นหรือก้อนที่โตเร็วกว่าปกติหรือไม่ มีสีเปลี่ยน มีแผลเรื้อรังที่ไม่หายและขยายออกหรือไม่ ถ้ามีข้อสงสัย ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อการวินิจฉัย ซึ่งทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อบริเวณที่สงสัย ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
มะเร็งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะใด ถ้าสามารถตรวจพบตั้งแต่แรก และกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกได้หมด ก็สามารถหายขาดได้ มะเร็งผิวหนังมีข้อเด่น คือ ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มอยู่ภายนอก เราสามารถมองเห็นได้ จึงทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มแรกได้รวดเร็ว และยังติดตามการรักษาได้ง่าย
การรักษามีหลายวิธี ขึ้นกับชนิด ตำแหน่ง และการลุกลามของโรค โดยทั่วไปมักใช้วิธีผ่าตัดเอามะเร็งผิวหนังออกให้หมด โดยปัจจุบันแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาในคราวเดียวกัน เพื่อตรวจดูว่าได้ตัดมะเร็งออกได้หมด หากยังมีหลงเหลือ ก็จะกลับมาผ่าตัดซ้ำจนหมด จึงจะเย็บปิดแผล วิธีนี้จะทำให้สามารถตัดมะเร็งออกได้หมดในคราวเดียว โดยไม่ตัดเนื้อดีออกมากเกินจำเป็น แต่ในบางครั้ง มะเร็งถูกทิ้งไว้จนมีขนาดใหญ่เกินที่จะตัดออกได้หมด อาจรักษาโดยการใช้รังสีรักษา หรือถ้ามีการแพร่กระจาย จะต้องให้เคมีบำบัดร่วมด้วย
มะเร็งผิวหนังสามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าได้รับการวินิจฉัย และรักษาตั้งแต่เริ่มแรก ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง ควรพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อตรวจหามะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ในคนทั่ว ๆ ไปก็ไม่ควรประมาท ระวังอย่าถูกแสงแดดจัด ใช้ครีมกันแดดให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ควรใช้สารที่ทำให้ผิวขาวหรือทำลายเม็ดสี โดยเฉพาะการฉีดสารกลูต้าไธโอนเข้าเส้นเลือดดำ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของหูด ไฝ ปาน หากมีแผลเรื้อรังหรือแผลที่ไม่หายใน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์
แจ้งข่าวสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จะออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ให้บริการตรวจโรคผิวหนังทั่วไป และร่วมสืบค้นโรคมะเร็งผิวหนัง ณ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้ ขอเชิญพี่น้องประชาชนไปรับบริการและคำปรึกษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
.........................
http://www.dailynews.co.th
มะเร็งผิวหนังคือเนื้อร้ายที่เกิดบนผิวหนังและเยื่อบุ เนื่องจากความผิดปกติของการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ของผิวหนังและเยื่อบุ มะเร็งผิวหนังมีหลายชนิด ที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งผิวหนัง “ชนิดสเควมัสเซลล์” และ “ชนิดเบเซลเซลล์” อีกชนิดที่พบไม่บ่อย แต่มีความร้ายแรง เพราะสามารถกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว คือ มะเร็งของเซลล์เม็ดสี ที่เรียก “เมลาโนมา” มะเร็งผิวหนังอาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นช้า ๆ และลุกลามเฉพาะที่ หรืออาจแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นได้ เช่น ไปต่อมน้ำเหลือง ส่วนมากจะพบในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
มะเร็งผิวหนังมักพบบนผิวบริเวณนอกร่มผ้ามากกว่าในร่มผ้า เนื่องจากแสงแดดมีรังสียูวีซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง สำหรับปัจจัยอื่น ๆ เช่น พันธุกรรม การติดเชื้อหูด ที่ผิวหนัง พฤติกรรมตากแดดเป็นเวลานาน ตากแดดครั้งคราวแต่มาก เคยรับสารก่อมะเร็ง อาทิ สารเคมี สารหนู สูบบุหรี่ เคี้ยวหมาก มีภูมิต้านทานผิดปกติ เป็นแผลไฟไหม้ แผลอักเสบเรื้อรัง เคยรับการฉายรังสี หรือ การใช้สารยับยั้งการสร้างเม็ดสีมาก ๆ ทำให้ผิวขาว เช่น การฉีดสารกลูต้าไธโอนในปริมาณสูง ๆ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังมากขึ้น
คนที่มีไฝเป็นจำนวนมาก หรือมีไฝขนาดใหญ่ จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งไฝได้สูงกว่าคนที่ไม่มี โดยปกติแล้วอาการจะดูยากเพราะจะเหมือนเป็นไฝทั่วไป แต่เราสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ ดังนี้ ดูบริเวณไฝที่เป็นว่ามีผื่นหรือก้อนที่โตเร็วกว่าปกติหรือไม่ มีสีเปลี่ยน มีแผลเรื้อรังที่ไม่หายและขยายออกหรือไม่ ถ้ามีข้อสงสัย ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อการวินิจฉัย ซึ่งทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อบริเวณที่สงสัย ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
มะเร็งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะใด ถ้าสามารถตรวจพบตั้งแต่แรก และกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกได้หมด ก็สามารถหายขาดได้ มะเร็งผิวหนังมีข้อเด่น คือ ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มอยู่ภายนอก เราสามารถมองเห็นได้ จึงทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มแรกได้รวดเร็ว และยังติดตามการรักษาได้ง่าย
การรักษามีหลายวิธี ขึ้นกับชนิด ตำแหน่ง และการลุกลามของโรค โดยทั่วไปมักใช้วิธีผ่าตัดเอามะเร็งผิวหนังออกให้หมด โดยปัจจุบันแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาในคราวเดียวกัน เพื่อตรวจดูว่าได้ตัดมะเร็งออกได้หมด หากยังมีหลงเหลือ ก็จะกลับมาผ่าตัดซ้ำจนหมด จึงจะเย็บปิดแผล วิธีนี้จะทำให้สามารถตัดมะเร็งออกได้หมดในคราวเดียว โดยไม่ตัดเนื้อดีออกมากเกินจำเป็น แต่ในบางครั้ง มะเร็งถูกทิ้งไว้จนมีขนาดใหญ่เกินที่จะตัดออกได้หมด อาจรักษาโดยการใช้รังสีรักษา หรือถ้ามีการแพร่กระจาย จะต้องให้เคมีบำบัดร่วมด้วย
มะเร็งผิวหนังสามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าได้รับการวินิจฉัย และรักษาตั้งแต่เริ่มแรก ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง ควรพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อตรวจหามะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ในคนทั่ว ๆ ไปก็ไม่ควรประมาท ระวังอย่าถูกแสงแดดจัด ใช้ครีมกันแดดให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ควรใช้สารที่ทำให้ผิวขาวหรือทำลายเม็ดสี โดยเฉพาะการฉีดสารกลูต้าไธโอนเข้าเส้นเลือดดำ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของหูด ไฝ ปาน หากมีแผลเรื้อรังหรือแผลที่ไม่หายใน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์
แจ้งข่าวสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จะออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ให้บริการตรวจโรคผิวหนังทั่วไป และร่วมสืบค้นโรคมะเร็งผิวหนัง ณ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้ ขอเชิญพี่น้องประชาชนไปรับบริการและคำปรึกษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
.........................
http://www.dailynews.co.th
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น