สเปรย์กำจัดไรฝุ่น ช่วยหลับสบายหายห่วง

สังคมไทยปัจจุบันตื่นตัวเรื่องปัญหาสุขภาพกันมาก

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไป คือ วายร้ายที่ซ่อนอยู่ตามที่นอนหมอนมุ้งของเราเอง!

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่อาคารรัฐสภา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดนิทรรศการแสดงผลงานซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นธุรกิจเพื่อการค้าได้กว่า 30 รายการ หวังสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคชนบทและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย

หนึ่งในสินค้าที่น่าสนใจ ได้แก่ "สเปรย์สมุนไพรควบคุมและกำจัดไรฝุ่น" ที่มีน้ำมันหอมระเหยจากกานพลูและอบเชยเป็นส่วนประกอบหลัก

พัฒนาโดย ดร.อำมร อินทร์สังข์ จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ข้อดี คือ เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติซึ่งทำจากสมุนไพรไทยจึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แถมยังไม่เหลือสารตกค้างซึ่งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สำหรับวิธีใช้งาน ดร.อำมร อธิบายว่า ให้ฉีดพ่นสเปรย์ 2-3 ครั้งให้ทั่วบริเวณที่ต้องการกำจัดไรฝุ่น

จากนั้นนำพลาสติกหรือผ้าห่มมาคลุมทิ้งไว้ 2 ช.ม. จึงเปิดใช้งานตามปกติ เดือนแรกฉีดทิ้งไว้ 2 ครั้ง อาทิตย์เว้นอาทิตย์

หลังจากนั้นฉีดหนึ่งหนทุกๆ 1-2 เดือน น้ำมันหอมระเหยจะทำให้ระบบการทำงานในตัวของไรฝุ่นทุกช่วงวัยติดขัด และตายในที่สุด

ด้าน พิศมัย อนุพงศานุกุล เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี เปิดเผยว่า

ขณะนี้มีบริษัทเอกชนสองแห่งนำเทคโนโลยีของทางหน่วยงานไปใช้เพื่อการค้าแล้ว คือบริษัท ภูมิ (pumi) ซึ่งนำน้ำมันหอมระเหยไปแต่งกลิ่นหอม คล้ายที่ใช้ในสปา มีสองขนาดกระป๋องใหญ่ 650 บาท ขนาด 120 มิลลิลิตร ขวดแก้วเล็ก 350 บาท ขนาด 50 มิลลิลิตร สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณสาริศา โทร.0-2747-0364
ส่วนบริษัท ไทย เฮิร์บเทค (Thai herb tech) ผลิตน้ำมันหอมระเหยชนิดไม่แต่งกลิ่นเพิ่มเป็นกระป๋องขนาดใหญ่ ราคา 450 บาท ขนาด 250 มิลลิลิตร สอบถามข้อมูลติดต่อคุณสร้อย 08-9956-4556

ทั้งนี้ ไรฝุ่นเป็นสัตว์จิ๋ว มีขนาดเพียง 0.3 มิลลิเมตร ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ไม่ชอบแสงสว่าง มีนิสัยชอบอาศัยอยู่ในที่อับชื้นหรือที่ที่บรรจุด้วยเส้นใยอย่าง ที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม โซฟา ผ้าม่าน หรือตุ๊กตายัดนุ่น

ที่น่าตกใจ คือ เศษผิวหนังหรือขี้ไคลของมนุษย์ ซึ่งเป็นอาหารของ ไรฝุ่นเพียง 1 กรัม สามารถเลี้ยงพวกมันได้หนึ่งล้านตัวนานถึง 1 สัปดาห์

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการแพ้จากไรฝุ่นคือการสูดดมละอองมูลและคราบที่ล่องลอยมาในอากาศของมัน

ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะภูมิคุ้มกันไว ไอจาม คันตา หอบหืด และเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ในเวลาต่อมา
..............

Source : http://www.khaosod.co.th

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วันนี้หมดไป50เหรียญ

มหัสจรรย์ข้าวไทยที่มีมากที่สุดในบรรดาข้าวทั้งหลาย"ข้าวสังหยด"

4 วิธีง่าย ๆ ผิวใสในพริบตา